วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552
http://chan-wit.blogspot.com/2009/03/1.html
ประวัติบุคลากร
http://chan-wit.blogspot.com/2009/03/blog-post_3936.html
ประวัติสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์
http://chan-wit.blogspot.com/2009/03/blog-post_6187.html
บุคคลากรประจำสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม
http://chan-wit.blogspot.com/2009/03/blog-post_8044.html
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
http://chan-wit.blogspot.com/2009/03/blog-post_1288.html
การแก้ปัญหาการขาดความมั่นใจ
http://chan-wit.blogspot.com/2009/03/blog-post_24.html
การวิจัยเรื่อง การศึกษาความมีน้ำใจของครู ความอยากรู้อยากเห็น
รวม บล็อกของชาญวิทย์
http://tet35021n.blogspot.com/2009/03/blog-post.html
chanwit dot E-lernning dot com
http://wwwchanwit.blogspot.com/2009/03/blog-post.html
บทนำ
http://wwwchanwit.blogspot.com/2009/03/blog-post_3429.html
ไดโอด ให้แสงได้อย่างไร
http://wwwchanwit.blogspot.com/2009/03/blog-post_2870.html
ไดโอด คืออะไร
http://wwwchanwit.blogspot.com/2009/03/blog-post_687.html
ดราก้อนบอล
http://dragonballz.teeneesanook.com/?p=75
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 1 สารกึ่งตัวนำและไดโอด" หน่วยที่ 1 สารกึ่งตัวนำและไดโอด จุดประสงค์รายวิชา 1.เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกสังเขปรายวิชาได้ 2.เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายโครงสร้างพื้นฐานของอะตอมได้ 3.เ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 1 สารกึ่งตัวนำและไดโอด (ต่อ)" 5. ไดโอด ไดโอด เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ ที่ได้จาการนำเอาสารกึ่งตัวนำชนิดพี และสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น มาต่อชนกัน ได้เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำหนึ่งรอยต่อ ในการต่อสาร..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 2 วงจรแบบครึ่งคลื่น" หน่วยที่ 2 วงจรแบบครึ่งคลื่น 1. ลักษณะวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่น 2. การทำงานของวงจรเรียงกระแสแบ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น" หน่วยที่ 3 วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น หัวข้อการเรียนรู้ 1. ลักษณะวงจรเรียงกระแส เต็มคลื่นแบบใช้หม้อแปลงมีแท็ปกลาง 2. การทำงานวงจรเรียงกระแส เต็มคลื่นแ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 4 วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์" หน่วยที่ 4 วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. ลักษณะวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์ 2. การทำงานวงจรเรียงกระแสเต็..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่5 ซีเนอร์ไดโอดและการควบคุมแรงดันให้คงที่ด้วยซีเนอร์ไดโอด" หน่วยที่5 ซีเนอร์ไดโอดและการควบคุมแรงดันให้คงที่ด้วยซีเนอร์ไดโอด หัวข้อการเรียนรู้ 1. สัญลักษณ์และคุณสมบัติของซีเนอร์ไดโอด2. การพังทลายของซีเนอร์3. คุณ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่5 ซีเนอร์ไดโอด" หน่วยที่5 ซีเนอร์ไดโอดและการควบคุมแรงดันให้คงที่ด้วยซีเนอร์ไดโอด หัวข้อการเรียนรู้ 1. สัญลักษณ์และคุณสมบัติของซีเนอร์ไดโอด2. การพังทลายของซีเนอร์3. คุณลั..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่6 ทรานซิสเตอร์" หน่วยที่6 ทรานซิสเตอร์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. ประวัติความเป็นมาของทรานซิสเตอร์ 2.โครงสร้างและสัญลักษณ์ของทรานซิสเตอร์ 3. ชน..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่7 ทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้า" หน่วยที่7 ทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้า หัวข้อการเรียนรู้ 1.โครงสร้างทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้าชนิดรอยต่อ 2. การจัดไบอัสให้เจเฟต 3. สัญลักษณ์ของเจเฟต (J-FET Symbols..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่8 ไอซีตั้งเวลา 555" หน่วยที่8 ไอซีตั้งเวลา 555 หัวข้อการเรียนรู้ 1. ไอซีตั้งเวลา 555 2. คุณสมบัติของไอซี 555 แต่ละขา 3. วงจรอะสเตเบิ้ลโ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่9ไอซีเร็กกูเลเตอร์" หน่วยที่9 ไอซีเร็กกูเลเตอร์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. เร็กกูเลเตอร์แบบขนาน (Shunt Regulator) 2. เร็กกูเลเตอร์แบบอนุกรม..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่10 ไอซีออปแอมป์" หน่วยที่10 ไอซีออปแอมป์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. คุณสมบัติของไอซีออปแอมป์ 2. วงจรขยายแบบกลับเฟส (Inverting Amplifier) 3. วงจรขยายแ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่11 เอสซีอาร์" หน่วยที่11 เอสซีอาร์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. โครงสร้างและสัญลักษณ์ของเอสซีอาร์ 2. สภาวะนำกระแสของเอสซีอาร์ 3. สภาวะหยุดนำกระแสของเอสซ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่12 เทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร์" หน่วยที่12 เทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. โครงสร้างและสัญลักษณ์ของเทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร 2. ชนิดของเทอร์มิสเตอร..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่13 ไดแอกและไทรแอก" หน่วยที่13 ไดแอกและไทรแอก หัวข้อการเรียนรู้ 1.โครงสร้างและสัญลักษณ์ของไดแอก,ไทรแอก 2. การทำงานของไดแอก 3. การวัดและทดสอบไดแอกด้วยโอห..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่14 ยูเจที" หน่วยที่14 ยูเจที หัวข้อการเรียนรู้ 1.โครงสร้างและสัญลักษณ์ของยูเจที 2. คุณสมบัติของยูเจที 3.วงจรกำเนิดสัญญาณ ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 15 อุปกรณ์โฟโต้" หน่วยที่ 15 อุปกรณ์โฟโต้ หัวข้อการเรียนรู้ 1.โฟโต้ไดโอด (Photo Diode) 2 โฟโต้ทรานซิสเตอร์ (Photo Transistor) 3.โฟโต้ด..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก หน่วยที่ 16 ออปโต้คัปเปลอร์" หน่วยที่ 16 ออปโต้คัปเปลอร์ หัวข้อการเรียนรู้ 1. โครงสร้างสัญลักษณ์อุปกรณ์เชื่อมต่อทางแสง 2 การทำงานของเชื่อมต่อทางแส..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก การแก้ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเองในการสร้างสรรค์งานศิลปะ" การแก้ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเองในการสร้างสรรค์งานศิลปะ ของเด็กชายภูวดล บุญพา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 ผู้วิจัย: นายชาญวิทย์ สาระปัญญา 1. ชื่อเรื่อง ..."
ชาญวิทย์ เพิ่มข้อมูลบล็อก การวิจัยเรื่อง การศึกษาความมีน้ำใจของครู ความอยากรู้อยากเห็น" การวิจัยเรื่อง การศึกษาความมีน้ำใจของครู ความอยากรู้อยากเห็น ความเอื้อเฟื้อ และเพทุบาย ของนักศึกษาปีที่ 1-4 วิทยาลัยครูนครปฐม ได้จำกัดขอบเขตของกลุ่มตัวอย่างแล..."
วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2552
2. เพื่อให้มีทักษะเกี่ยวกับการประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์เพื่อทดสอบลักษณะสมบัติทางไฟฟ้า 3. เพื่อให้มีทักษะในการใช้เครื่องมือวัดทดสอบ ลักษณะสมบัติอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
4. เพื่อให้มีกิจนิสัยในการทำงานช่างอิเล็กทรอนิกส์
มาตรฐานรายวิชา
1. เพื่อให้มีความรู้และทักษะในวิชาสามัญสำหรับเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หรือศึกษาต่อในระดับสูงขึ้น ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาการและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้น
2. เพื่อให้มีทักษะในงานอาชีพระดับผู้ชำนาญเฉพาะทางสามารถนำไปประกอบอาชีพและพัฒนางานอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
3. เพื่อให้มีเจตคติต่ออาชีพมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในงานอาชีพที่เรียนรักหน่วยงานสามารถทำงานเป็นหมู่คณะได้ดี
4. เพื่อให้เป็นผู้มีปัญญามีนิสัยใฝ่เรียนมีความคิดสร้างสรรค์มีความสามารถในการจัดการ
พัฒนางาน
5. เพื่อให้มีบุคลิกภาพที่ดีมีมนุษย์สัมพันธ์มีคุณธรรม ขยัน ซื่อสัตย์ มีวินัย มีสุขภาพกายใจสมบูรณ์แข็งแรง
6. เพื่อให้เป็นผู้มีพฤติกรรมทางสังคมที่ดีงามทั้งในการทำงาน การอยู่ร่วมกัน มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว หน่วยงาน ท้องถิ่นและประเทศชาติ อุทิศตนเพื่อสังคมเข้าใจและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นตระหนักในปัญหาและความสำคัญของสิ่งแวดล้อม
7. เพื่อให้คุณค่าและดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนในฐานะของพลเมืองดีตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
คำอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับโครงสร้างของอะตอม สารกึ่งตัวนำ ชนิด P ชนิด N โครงสร้างสัญลักษณ์ลักษณะสมบัติทางไฟฟ้าและปฏิบัติการวัดทดสอบอุปกรณ์โซลิตสเตทต่างๆ อุปกรณ์ไทริสเตอร์ เช่น ไดโอด ซีเนอร์ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เฟต ไอซีออปแอมป์ ไอซีตั้งเวลา ไอซีกำเนิดสัญญาณ ไอซีรักษาแรงดันและอุปกรณ์ไทริสเตอร์ เช่น SCR TRIAC DIAC UJT SCS GTO อุปกรณ์ OPTO – ELECTRONICS THERMISTER VARISTOR ARRESTER และอุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับความปลอดภัย
วิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกเบื้องต้น (คลิกเพื่ออ่านเนื้อหา)
หน่วยที่ 1 สารกึ่งตัวนำและไดโอด
สารกึ่งตัวนำและไดโอด (ต่อ)
หน่วยที่ 2 วงจรแบบครึ่งคลื่น
หน่วยที่3วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น
หน่วยที่4วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์
หน่วยที่5 ซีเนอร์ไดโอดและการควบคุมแรงดันให้คงที่ด้วยซีเนอร์ไดโอด
หน่วยที่6 ทรานซิสเตอร์
หน่วยที่7 ทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้า
หน่วยที่8 ไอซีตั้งเวลา 555
หน่วยที่9 ไอซีเร็กกูเลเตอร์
หน่วยที่10 ไอซีออปแอมป์
หน่วยที่11 เอสซีอาร์
หน่วยที่12 เทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร์
หน่วยที่13 ไดแอกและไทรแอก
หน่วยที่14 ยูเจที
หน่วยที่ 15 อุปกรณ์โฟโต้
สาระสำคัญ
สสารต่างๆ ประกอบด้วยโมเลกุลและแต่ละโมเลกุลประกอบด้วยอะตอมหลายๆ อะตอมในอะตอมหนึ่งอะตอมจะประกอบไปด้วยอิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบนิวเคลียส ภายในนิวเคลียสยังประกอบไปด้วยโปรตรอนกับนิวตรอน โดยอิเล็กตรอนมีประไฟฟ้าเป็นลบ โปรตรอนมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก นิวตรอนมีสภาพเป็นกลางทางไฟฟ้า สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N-Type) ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำบริสุทธิ์ผสมกับสารที่มีวาเลนซ์อิเล็กตรอน 3 ตัว และสารกึ่งตัวนำชนิดพี (P-Type) ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำบริสุทธิ์ผสมกับสารที่มีวาเลนซ์อิเล็กตรอน 5 ตัว ไดโอดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็นและชนิดพีมาต่อชนกัน มีคุณสมบัตินำกระแสไฟฟ้าได้ทิศทางเดียว การจัดแรงไฟให้สารกึ่งตัวนำเรียกว่าการให้ไบอัส ซึ่งการให้ไบอัสมีสองอย่างคือ ฟอร์เวิร์สไบอัส และรีเวิร์สไบอัส
ประวัติสาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์

แผนกอิเล็กทรอนิกส์ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2541 โดยมีการเปิดสอนปีแรกด้วยหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง <ปวส.> เพียง 1 ห้อง ซึ่งอาจารย์ในแผนกวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในยุคเริ่มแรกนั้นมีเพียง 4 ท่านเท่านั้น ได้แก่

และในปีถัดมา คือ พ.ศ. 2542 ก็มี นักศึกษาชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง <ปวส.> เพิ่มเป็น 2 ห้องเรียน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายและพัฒนาแผนกอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมซึ่งในปีแรกของการเปิดตั้งแผนกอิเล็กทรอนิกส์นั้น <2541>
แผนกอิเล็กทรอนิกส์นั้นตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี ณ ตึกของวิศวกรรมไฟฟ้าในปัจจุบัน แล้วได้ทำการย้ายไปสู่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี เขต 2 <2545> ซึ่งเป็นสถาที่ตั้ง ของ สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมในปัจจุบันนั้นเอง

ในยุคเริ่มแรกที่มีการสอน มีเพียง ระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง <ปวส.> เท่านั้นและในปัจจุบันได้มีการพัฒนาและเจริญเติมโตขึ้นมาเรื่อย ๆ จนมีหลายสาขาวิชา ได้แก่
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง <ปวส.>วิชาช่างอิเล็กทรอนิกส์ เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 25412.
เทคโนโลยีโทรคมนาคม <อส.บ.> ต่อเนื่อง ภาคปกติ เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 25473.
เทคโนโลยีโทรคมนาคม <อส.บ.> ต่อเนื่อง ภาคสมทบ เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 25514.
วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ <ค.อ.บ.> ต่อเนื่อง เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548-2550 ซึ่งมีแค่ 3 รุ่น
วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม <ค.อ.บ.> 5 ปี เปิดสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแผนกมอิเล็กทรอนิกส์ มาจนถึงในปัจจุบันซึ่งเป็น สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์สุพรรณบุรี ได้ผลิตบุคลากรชั้นดี ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์มาอย่างมากมายสู่สังคม และมีแนวโน้มในการพัฒนา สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคมไปอย่างต่อเนื่อง

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ชื่อเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ‘การจัดหมวดหมู่หนังสือ’ ของนักเรียนชั้น ม.1
โรงเรียนเทศบาลบ้านเป็ด จ.ขอนแก่น
ผู้วิจัย นายชาญวิทย์ สาระปัญญา
สภาพปัญหา
จากการสอนวิชาการศึกษาค้นคว้าเรื่อง ‘การจัดหมวดหมู่หนังสือ’ พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ เมื่อศึกษาหาสาเหตุพบว่านักเรียนส่วนใหญ่ขาดพื้นฐานความรู้ ขาดการฝึกฝนทักษะการคิดเชื่อมโยง ซึ่งเป็นความคิดที่จะนำไปสู่ความเข้าใจในเรื่องการจัดหมวดหมู่หนังสือ จึงคิดหาวิธีการแก้ปัญหานี้ โดยใช้วิธีเรียนรู้ด้วยการใช้หนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่านเรื่อง การจัดหมวดหมู่หนังสือ ฝึกทักษะการคิดเชื่อมโยงตามทฤษฎีแห่งการฝึกทักษะการคิดเชื่อมโยงที่กล่าวว่า การฝึกทักษะการคิดเชื่อมโยงมากๆ กระทำซ้ำๆ จะช่วยพัฒนาสมองจนสามารถคิดเชื่อมโยงได้อย่างถูกต้อง
ปัญหาการวิจัย นักเรียนชั้น ม.1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ‘การจัดหมวดหมู่หนังสือ’ ต่ำ
วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเรื่อง ‘การจัดหมวดหมู่หนังสือ’ ก่อนและหลังเรียน ที่เรียนด้วยหนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่านเรื่อง การจัดหมวดหมู่หนังสือ
สมมติฐานการวิจัย ผลสัมฤทธิ์เรื่องการจัดหมวดหมู่หนังสือ หลังจากที่เรียนด้วยหนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่านเรื่อง การจัดหมวดหมู่หนังสือ สูงกว่าก่อนเรียน
วิธีการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงทดลอง โดยใช้หนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่านเรื่อง การจัดหมวดหมู่หนังสือ มาทดลองจัดการเรียนการสอนกับนักเรียนโรงเรียนท่ามะกาวิทยาคม จำนวน 30 คน โดยสุ่มตัวอย่างจากนักเรียนที่ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องการจัดหมวดหมู่หนังสือ แบบปรนัยได้ต่ำกว่า 5 ข้อ จากแบบทดสอบ 10 ข้อ แล้วจัดการเรียนการสอนตามแผนการเรียนรู้ที่วางไว้ ดังนี้
1.แจกหนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่านเรื่อง การจัดหมวดหมู่หนังสือ ให้นักเรียนศึกษา แล้วให้ฝึกทักษะการคิดเชื่อมโยงด้วยแบบทดสอบฝึกทักษะการคิด 2.ทดสอบหลังเรียน ด้วยแบบทดสอบชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียน 3.รวบรวมผลการทดสอบ 2 ครั้งมาวิเคราะห์หาผลสรุป
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1.แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน 2.หนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่าน 3.แบบทดสอบฝึกทักษะ
การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าเฉลี่ยเลขคณิตและค่าร้อยละในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน
สรุปผลการวิจัย นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง ‘การจัดหมวดหมู่หนังสือ’ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อยู่ในระดับมาก ตามรายละเอียดดังแสดงในตาราง 1 และ 2 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการใช้หนังสือการ์ตูนส่งเสริมการอ่าน เพื่อฝึกการคิดเชื่อมโยงความคิดมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเรื่อง ‘การจัดหมวดหมู่หนังสือ’ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้น
การแก้ปัญหาการขาดความมั่นใจ
การแก้ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเองในการสร้างสรรค์งานศิลปะ
ของเด็กชายภูวดล บุญพา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1
ผู้วิจัย: นายชาญวิทย์ สาระปัญญา
1. ชื่อเรื่อง
การแก้ปัญหาการขาดความมั่นใจในตนเองในการสร้างสรรค์งานศิลปะของเด็กชายภูวดล บุญพา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1โรงเรียนนครขอนแก่น
2. ชื่อผู้วิจัย
นายชาญวิทย์ สาระปัญญา
3. สถานที่ทำงาน
โรงเรียนนครขอนแก่น
4. บทคัดย่อ
เด็กชายภูวดล บุญพา ไม่ส่งงานวิชาศิลปะกับชีวิต (ศ 204) เพราะขาดความมั่นใจในการทำงาน ทั้งที่ทำสำเร็จ และผลงานอยู่ในเกณฑ์ดี จึงได้จัดทำงานวิจัยขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาในการทำงานศิลปะของเด็กชายภูวดล บุญพา ให้เกิดความมั่นใจในตนเอง และส่งเสริมทักษะ กล้าแสดงความสามารถในสิ่งที่ตนมีอยู่ ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์จินตนาการ และส่งงานครู ทุกครั้งที่ครูมอบหมาย โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
− ใช้วิธีการเสริมแรง สร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน โดยพูดคุย และอธิบายให้เห็นคุณค่าของการเรียนวิชาศิลปะ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
− ให้โอกาสวาดภาพระบายสีลงบนกระดาษ 15X22 นิ้ว ในกลุ่มสนใจ
− ตรวจผลงาน และเสนอแนะวิธีการทำงานอย่างเป็นระบบในเรื่องของการใช้สี การจัดองค์ประกอบ โดยบันทึกลงในแบบบันทึกพฤติกรรมนักเรียน
− สร้างทางเลือกหลากหลาย โดยจัดประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในห้องเรียน และขณะเข้ากลุ่มสนใจ
− เข้าสู่การแข่งขันการประกวดวาดภาพ เพื่อฝึกสมาธิ ความคิด การตัดสินใจ ความเชื่อ ตรงเวลา รู้จักหน้าที่จากการดำเนินการแก้ไขปัญหาไม่ส่งงานของเด็กชายภูวดล บุญพา ปรากฏว่าเด็กชายภูวดล บุญพา มีความมั่นใจในผลงานตนเอง กล้าซักถามครู เมื่อมีปัญหา เป็นผู้รับผิดชอบต่องานที่ครูมอบหมาย มีจินตนาการในการวาดภาพ ทำงานได้ดี ส่งงานครูทุกครั้ง พูดคุยอารมณ์ดี ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น จนสามารถเป็นผู้นำในการ1 อาจารย์ 3 ระดับ 8 โรงเรียนนครขอนแก่น วาดภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมกับรุ่นพี่ และชนะการประกวดวาดภาพในปีต่อมาจนถึงปัจจุบัน เด็กชายภูวดล บุญพากำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเป็นนักวาดในกลุ่มสนใจวิชาศิลปศึกษาเป็นที่ยอมรับของเพื่อน ๆ ครู และบุคคลทั่วไป
5. ความเป็นมา/ความสำคัญของการวิจัย:
เด็กชายภูวดล บุญพา ไม่ส่งงานวิชา ศ 204 (ศิลปะกับชีวิต) ที่ครูมอบหมาย อันเนื่องมาจากเด็กชายภูวดลขาดความมั่นใจในการทำงาน ทำงานเสร็จแต่ไม่กล้านำไปส่ง ทั้งที่มีผลงานอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้ไม่มีผลงาน บางครั้งเพื่อนๆ นำงานมาส่ง และอ้างว่าภูวดลให้มาส่งให้
6. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
6.1 เพื่อแก้ปัญหาในการทำงานศิลปะของเด็กชายภูวดล บุญพา ให้เกิดความมั่นใจในตนเอง และส่งเสริมทักษะ กล้าแสดงความสามารถ ในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และส่งงานครูทุกครั้งที่ให้ทำ
6.2 ฝึกฝนให้เกิดทักษะการเรียนรู้ทางด้านศิลปะอย่างมีคุณภาพ
7. วิธีดำเนินการวิจัย:
7.1 ใช้วิธีการเสริมแรง สร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน โดยพูดคุยถึงสาเหตุ และอธิบายให้เห็นคุณค่าของการเรียนวิชาศิลปะ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาตนเองในชีวิตประจำวัน เพราะเป็นวิชาที่ละเอียดอ่อนควรรับฟังความคิดเห็นของครู เพื่อน และคนอื่น ครูก็รับฟังความคิดเห็นของนักเรียนเช่นกัน
7.2 ให้นำงานที่ทำทุกครั้งมาส่งครู ให้โอกาสฝึกวาดภาพระบายสีลงบนกระดาษ 15X22 นิ้ว ทุกวันจันทร์,อังคาร หลังเลิกเรียน วันละ 1 ชั่วโมง ควบคู่ไปกับกลุ่มสนใจ โดยครูกำหนดหัวข้อให้ และให้ใช้อุปกรณ์ในการวาดภาพอย่างเสรี
7.3 ตรวจผลงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำ และเสนอแนะวิธีการทำงานอย่างเป็นระบบ
7.4 ครูอธิบายเกี่ยวกับเรื่องของการใช้สี และการจัดองค์ประกอบ
7.5 สร้างทางเลือกที่หลากหลายในการระบายสี โดยจัดประสบการณ์ตรงให้กับนักเรียน เพื่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันในห้องเรียน และขณะเข้ากลุ่มสนใจ
7.6 เข้าสู่การแข่งขันประกวดวาดภาพ (ฝึกสมาธิ ความคิด การตัดสินใจ ความเชื่อ ตรงเวลา รู้จักหน้าที่)
8. ผลการวิจัย:
แบบบันทึกแนวทางแก้ไขพฤติกรรม
เด็กชายภูวดล บุญพา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนนครขอนแก่น
วัน/เดือน/ปี พฤติกรรมที่สังเกตได้ แนวทางการพัฒนา พฤติกรรมหลังพัฒนา
12 ธันวาคม 46
20 ธันวาคม 46
− ไม่ส่งงานประดิษฐ์ตัวอักษร
− ไม่ส่งงานออกแบบเครื่องใช้ภายในบ้าน
− ภาพทั้งหมด 2 ชั้น ให้เพื่อนนำมาส่ง 1 ชิ้น
− ใช้วิธีเสริมแรง โดยสร้างความมั่นใจพูดคุยถึงสาเหตุที่ไม่อยากส่งงาน
− สร้างความมั่นใจพูดคุยด้วย
− สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อสร้างความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง
− ให้นำงานที่ยังไม่ส่งมาให้ครูดู
− ครูตรวจผลงาน
− จากคะแนนที่ได้ ด.ช.ภูวดล ภูมิใจ และพอใจ เพราะมีความสามารถอยู่แล้วแต่ไม่กล้าแสดงออก
− เพื่อน ๆ ชื่นชมผลงาน25 ธันวาคม 4630 มกราคม 47
− ภูวดลเข้ามาในห้องศิลปะ และขอวาดภาพสีโปสเตอร์ ซึ่งเขาบอกว่าอยากลอง
− ครูให้โอกาสวาดภาพระบายสีลงบนกระดาษ ขนาด15X22 หลังเลิกเรียนทุกวันจันทร์, อังคารวันละ1 ชั่วโมง โดยกำหนดหัวข้อให้เหมือนนักเรียนกลุ่มสนใจ และใช้เทคนิคเสรี
− ครูแนะนำ และเสนอแนะวิธีการทำงานอย่างมีระบบ
− ภูวดล แสดงความดีใจเงียบ ๆ ไม่แสดงออกทางท่าทาง
− ใช้เวลาการทำงาน 4 ชั่วโมง
− ภาพที่ได้ค่อนข้างดี
− ภูวดลสนใจฟัง และเริ่มซักถามถึงเรื่องของการใช้สี
วัน/เดือน/ปี พฤติกรรมที่สังเกตได้ แนวทางการพัฒนา พฤติกรรมหลังพัฒนาขณะเดียวกันกแนะนำการใช้สี และการจัดองค์ประกอบไปพร้อมกับกลุ่มสนใจ
4 กุมภาพันธ์ 47 ครูให้นักเรียนำผลงานชิ้นสุดท้าย คือการวาดภาพจินตนาการของนักเรียนทุกคนมาแสดงและให้วิจารณ์งานของกันและกันโดยมีเกณฑ์ให้
− นักเรียนทุกคนตื่นเต้น
− ด.ช. ภูวดล นั่งเงียบ
− ให้นักเรียนในห้องจับฉลากวิจารณ์ผลงานของเพื่อน
− ให้ทำงานชิ้นสุดท้าย
− ภูวดล จับฉลากได้งานของเพื่อนที่ไม่ได้ระบายสี
− ภูวดลกล้าบอกเพื่อนว่า ถ้าระบายสีจะสวย
− ภูวดลส่งงานทุกครั้งที่ครูให้ทำจนปิดภาคเรียน15 – 30 เมษายน 47 − ครูชวน ด.ช. ภูวดล
มาวาภาพจิตรกรรมฝาผนังตามโครงการของโรงเรียนกับรุ่นพี่อีก 2คน ภูวดลรับปาก และมานั่งสังเกตการทำงานของรุ่นพี่ 2 คนอย่างเงียบ ๆ อยู่ 1 วัน
− ครูบอกให้ภูวดลผสมสีให้รุ่นพี่ตามคำบอกเพื่อต้องการให้รู้เรื่องการผสมสี
− ภูวดลเริ่มผสมสีได้ตามคำบอก
− ภูวดลขอพี่เขียนภาพเด็กวิ่งเล่น ในภาพ พี่อนุญาตว่า จุดนี้ให้ภูวดล และเขียนได้ดี
− ภูวดลเริ่มมีความมั่นใจ พี่แบ่งพื้นที่ให้เขียน ก็สามารถเขียนได้ดี
20 พฤษภาคม 47 ภูวดลและรุ่นน้องเข้ามาฝึกเขียนภาพทุกวันอังคารเช่นเคย ครูชวนไปวาดภาพประกวดวันสิ่งแวดล้อม
− ภูวดลจะฝึก และตั้งคำถามเกี่ยวกับภาพ
− ครูให้ศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม และแนะนำองค์ประกอบ
− ภูวดลได้รับรางวัลรองชนะเลิศการประกวดวันสิ่งแวดล้อมโลก 5มิ.ย. 47 พร้อมทั้งน้องทั้ง 2 คในสาย ป.5ก็ได้รับรางวัลเช่นเคยทำให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น พฤติกรรมเปลี่ยนไปในทางที่ดี
9. สรุป:
จากการดำเนินการแก้ไขปัญหาไม่ส่งงานศิลปะของเด็กชายภูวดล บุญพา พบว่าสาเหตุของการไม่ส่งงานศิลปะเนื่องมาจาก
− เกิดความไม่มั่นใจในผลงานของตนเอง
− ไม่มีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอ เนื่องจากครอบครัวค่อนข้างยากจน
− ชอบเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ คนเดียว
− ไม่กล้าซักถามครูเมื่อมีปัญหา เพราะเกรงว่าครูไม่ยอมรับฟัง
เมื่อได้รับการแก้ไข โดยครูสร้างความคุ้นเคยให้โอกาสขอดูผลงาน ได้รับการฝึกฝนในการวาดภาพอย่างถูกต้อง และใกล้ชิด ทำให้เด็กชายภูวดล บุญพา เป็นนักเรียนที่รับผิดชอบต่องานที่ครมอบหมาย มีจินตนาการในการวาดภาพ และทำได้ดี ส่งงานทุกครั้ง พูดคุยอารมณ์ดี ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น จนสามารถนำเพื่อนวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังร่วมกับรุ่นพี่ และชนะการประกวดวาดภาพในปีต่อมา ปัจจุบัน เด็กชายภูวดล บุญพา เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนเทศบาลบูรพาอุบล และเป็นนักวาด ในกลุ่มสนใจวิชาศิลปศึกษา เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ ครู และคนอื่นๆ
10. ข้อเสนอแนะ
การที่นักเรียนจะมีทัศนคติที่ดีต่อวิชาศิลปะ และเป็นที่ยอมรับของเพื่อน ครู และคนอื่นที่พบเห็น จะต้องมีความมั่นใจในตนเอง ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และขยันหมั่นฝึกฝนตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ ทั้งเทคนิควิธีการ ครูจะเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี ในบางครั้งครูจะต้องปรับวิธีการสอนของตนเองให้เป็นผู้รับฟัง และยอมรับวิธีการทำงานของเด็ก ๆ ซึ่งจะทำให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เรานึกไม่ถึง และสามารถนำไปพัฒนาการสอนนักเรียนทุกระดับชั้น ทำให้การเรียนการสอนบรรลุจุดประสงค์ที่วางไว้
การวิจัยเรื่อง การศึกษาความมีน้ำใจของครู ความอยากรู้อยากเห็น
การวิจัยเรื่อง การศึกษาความมีน้ำใจของครู ความอยากรู้อยากเห็น ความเอื้อเฟื้อ และเพทุบาย ของนักศึกษาปีที่ 1-4 วิทยาลัยครูนครปฐม ได้จำกัดขอบเขตของกลุ่มตัวอย่างและตัวแปรไว้
1. กลุ่มตัวอย่าง ในการศึกษาครั้งนี้กระทำกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 - 4 ปีการศึกษา 2516 วิทยาลัยครูนครปฐม จำนวน 400 คน เป็นชาย 206 คน หญิง 194 คน และเนื่องจากการรับนักศึกษาเข้าเรียนในระดับชั้นปีที่ 1 มีจำนวนใกล้เคียงกันทุกปี ฉะนั้น นักศึกษาในปีที่ 1 - 4 จึงมีจำนวนใกล้เคียงวกัน การสุ่มตัวอย่างจึงสุ่มมาระดับละ 100 คน เท่านั้น
2.ตัวแปรที่ศึกษ
า2.1 ตอนหาความสัมพันธ์ มีตัวแปร 4 ตัว คือ
- ความมีน้ำใจของครู- ความอยากรู้อยากเห็น
- ความเอื้อเฟื้อ
- ความมีเพทุบาย
2.2 ตอนเปรียบเทียบตัวแปรอิสระ
- เพศ (ชาย - หญิง)
- ระดับชั้นเรียนตัวแปรตาม
- ความมีน้ำใจของครู- ความอยากรู้อยากเห็น
- ความเอื้อเฟื้อ
- เพทุบาย
ตัวอย่างการเขียนขอบเขตของการวิจัย แบบเขียนเป็นข้อความรวม ๆ หรือเขียนเป็นประโยคย่อย ๆ เช่น
1.ตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ นิสิตชั้นปีที่ 4 ของมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดมหาสารคาม ในปีการศึกษา 2526 ซึ่งศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต ในวิชาเอกต่าง ๆ 14 วิชาเอก จำนวน 650 คน
2.การศึกษาครั้งนี้ศึกษาเฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในเขตจังหวัดขอนแก่น โดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างโรงเรียนมาเพียง 10 โรงเท่านั้น
3.การศึกษาครั้งนี้ศึกษาเฉพาะปรสิตที่สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจอุจจาระเท่านั้น5.ข้อตกลงเบื้องต้น เป็นข้อความที่ผู้วิจัยต้องการให้ผู้อ่านยอมรับโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจงานวิจัยนั้นอย่างไม่มีข้อขัดแย้งใด ๆ นอกจากนี้ข้อตกลงเบื้องต้นยังมีประโยชน์ต่อผู้วิจัยในแง่ของการเลือกใช้สถิติอีกด้วยการเขียนข้อตกลงเบื้องต้นอาจเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับตัวแปร การจัดกระทำข้อมูล วิธีวิจัยและกลุ่มตัวอย่างก็ได้ ที่ผู้วิจัยต้องการจะตกลงกับผู้อ่านหรือเป็นข้อตกลงในการทำวิจัยเรื่องนั้น ต่อไปนี้เป็นการเขียนข้อตกลงเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวแปร การจัดกระทำข้อมูล วิธีวิจัย และ กลุ่มตัวอย่าง ตามลำดับ
1. การวิจัยครั้งนี้ถือว่า ความแตกต่างในเรื่องเพศ อายุ เชื้อชาติ ฐานะทางเศรษฐกิจตลอดจนอาชีพของบิดามารดดา ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อการเรียน
2. การวิจัยครั้งนี้ถือว่า การแจกแจงของข้อมูลมีลักษณะเป็นโค้งปกติ (Normal distribution) จึงสามารถนำวิธีการทางสถิติแบบพาราเมตริก (Parametric statistic) มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครั้งนี้ได้
3. การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยให้อาจารย์ผู้สอนแจกแบบสอบถามแล้วส่งคืนในวันเดียวกันกับการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยผู้วิจัยขอเวลาในชั่วโมงสอนของอาจารย์แล้วควบคุมให้นักเรียนตอบในชั่วโมงนั้น ถือว่าได้ผลเช่นเดียวกัน
4. นักเรียนทุกคนที่ทำแบบทดสอบแต่ละฉบับ มีความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการตอบและการตรวจให้คะแนนในแต่ละวิธีที่ถูกกำหนดให้แล้วเป็นอย่างดี
5. คำนิยามศัพท์เฉพาะ ในการวิจัยทั่ว ๆ ไปมักจะต้องให้ความหมายของคำบางคำที่ใช้ในรายงานการวิจัยให้เฉพาะเจาะจงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย เพื่อให้ผู้วิจัยและผู้อ่านมีความเข้าใจตรงกัน ดังนั้นนักวิจัยจะทำการวิจัยเรื่องใดจะต้องนิยามศัพท์เฉพาะแต่ละตัวให้ชัดเจนก่อน ซึ่งจะช่วยให้งานวิจัยอยู่ในกรอบมากยิ่งขึ้นอีกด้วยสำหรับคำที่ควรให้นิยามนั้นอาจะเป็นคำย่อ ๆ หรือคำสั้น ๆ ที่ใช้แทนข้อความยาว ๆ เพราะถ้าเขียนข้อความยาว ๆ ซ้ำกันบ่อย ๆ จะทำให้เสียเวลาในการเขียน ผู้เขียนจึงกำหนดเป็นคำย่อหรือคำสั้น ๆ แทน ซึ่งคำเหล่านี้จะต้องให้นิยามศัพท์เฉพาะด้วย
เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกับผู้ วิจัยว่าคำนั้น ๆ หมายถึงอะไร เช่นการก้าวร้าว หมายถึง การกระทำที่รุนแรงผิดไปจากปกติ เป็นการกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเจ็บปวด เสียหาย หรือมุ่งทำร้ายผู้อื้น ทั้งมีเจตคติและไม่มีเจตคติโดยตรงเกษตรกร หมายถึง ผู้ที่ประกอบอาชีพในการทำนา ทำไร่ ทำสวน หรือเลี้ยงสัตว์ ในปี พ.ศ.2544
สำหรับคำที่มีความหมายเฉพาะเจาะจงในการวิจัย ซึ่งอาจมีความหมายไม่ใช่ความหมายทั่ว ๆ ไป ผู้วิจัยจะต้องให้คำนิยามคำเหล่านี้ด้วย เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจไปเป็นอย่างอื่น เช่น
โฮสต์ (Host) หมายถึง คนหรือสัตว์ที่มีปรสิตอาศัยอยู่
ครูบริหาร หมายถึง ครูใหญ่ ผู้ช่วยครูใหญ่ และครูหัวหน้าหมวดวิชาคำ
อีกประเภทหนึ่งที่ควรให้คำนิยามก็คือ คำที่มีลักษณะเป็นนามธรรม มีความหมายไม่ชัดเจน
เข้าใจยาก เช่นคำว่า ความมุ่งหวัง (Aspiration) เพทุบาย (Machiavellianism) ความเชื่อแบบฝังใจ (Dogmatism) เป็นต้น
2.การนิยามปฏิบัติการ
6.1 การนิยามแบบทั่วไป เป็นการกำหนดความหมายโดยทั่วไปอย่างกว้าง ๆ อาจให้ความหมายตามทฤษฎี พจนานุกรม หรือตามผู้เชี่ยวชาญก็ได้ เป็นการนิยามในรูปมโนภาพซึ่งยากแก่การปฏิบัติ ไม่รู้ว่าจะวัดได้โดยวิธีใด และใช้อะไรวัด เช่นวรรณกรรม หมายถึง งานเขียนในรูปบทกวีนิพนธ์ ร้อยกรองและข้อเขียนทั้งหมดที่ใช้ภาษาร้อยแก้วการตอบและการตรวจให้คะแนนวิธี 0-1 (Zero-one method) หมายถึง วิธีการที่ให้นักเรียนเลือกตอบเฉพาะตัวเลือกที่ถูก จะให้คะแนน 0 คะแนนถ้านักเรียนตอบผิด และให้คะแนน 1 คะแนนถ้านักเรียนตอบถูก
6.2 การนิยามปฏิบัติการ (Operational definition) เป็นนิยามที่สามารถเอาผลมาใช้ปฏิบัติได้จริง หรืออธิบายได้ว่าพฤติกรรมหรือตัวแปรนั้นวัดได้หรือสังเกตได้ด้วยอะไร ซึ่งแสดงถึงคุณสมบัตินั้น ๆ
เช่นเจตคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้สึกหรืออารมณ์ของนักเรียนว่าชอบหรือไม่ชอบ พอใจหรือไม่พอใจ ต่อวิชาคณิตศาสตร์อันเกิดจากการเรียนรู้และประสบการณ์ ซึ่งจะแสดงออกมาทิศทางใดทิศทางหนึ่ง วัดได้โดยแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น นักเรียนคนใดที่ได้คะแนนมากก็มีเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ดีกว่าคนที่ได้คะแนนน้อยความสนใจทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้สึกชอบหรือพอใจที่มีต่อวิทยาศาสตร์หรือกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เช่น สละเวลาให้กับวิทยาศาสตร์มากกว่าอย่างอื่น เข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ด้วยความสมัครใจ








